restaurant

ร้านอาหารไทยที่ครองใจคนยุคใหม่

June 1, 2017 admin 0

หากจะกล่าวถึงอาหารอันเป็นที่ถูกอกถูกใจถูกปากของคนไทยแล้วล่ะก็คงไม่พ้นอาหารจากชาติไทยของเราเป็นแน่แท้ เพราะความหลากหลายและรสชาติถึงอกถึงใจ จนไม่เพียงแต่เฉพาะคนไทยเท่านั้น คนต่างชาติก็ต่างหลงใหลอาหารไทยไม่แพ้กัน วันนี้เราจะมาดูกันว่า คนยุคใหม่นิยมร้านอาหารไทยประเภทไหนที่สุดกันบ้าง ร้านอาหารไทยอีสาน ความแซบของอาหารประเภทไทยอีสานนั้นเป็นที่นิยมไปทั่วทุกหัวระแหงไม่ว่าจะเป็นภาคไหนของไทย ไม่มีที่ไหนที่ไม่มีร้านส้มตำ ความหลากหลายของเมนูที่ทำให้รับประทานกันได้ทุกวันไม่มีเบื่อ ทั้งส้มตำปลาร้า ส้มตำปูปลาร้า ซุปหน่อไม้ ลาบ น้ำตก แกงอ่อม ต้มแซบ ต่างก็เป็นที่นิยมทั้งสิ้น และไม่เพียงเท่านั้นยังมีเมนูอื่น ๆ ขึ้นมาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความอร่อยและหลากหลาย เช่น ไก่ย่าง คอหมูย่าง เนื้อย่าง ส้มตำผลไม้ ปลาดุกย่าง ยำประเภทต่าง ๆ เป็นต้น เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ถูกอกถูกใจมักเป็นที่นิยมของคนไทยทุกเพศทุกวัย ร้านจิ้มจุ่ม แม้ว่าปัจจุบันร้านอาหารต่างประเทศแนวนี้จะเข้ามามีอิทธิพลในเมืองไทยอย่างมาก เช่น ชาบู เป็นต้น แต่ความแซ่บของไทยก็ยังเป็นที่นิยมไม่เป็นรองใคร ไทยเรายังมีจิ้มจุ่มที่มีน้ำซุบที่กลมกล่อมโดยปรุงด้วยสมุนไพรไทยลงไป ทำให้มีความหอมครบเครื่องถือว่าเป็นเอกลักษณ์ ร้านประเภทจิ้มจุ่มก็จะมีทั้งเนื้อ หมู ปลา บางร้านอาจมีจำพวกปลาหมึก กุ้ง หรืออาหารทะเลอื่น ๆ เสริมไว้บริการลูกค้า เมื่อบวกกับน้ำจิ้มแจ่วรสแซบแล้วยิ่งเพิ่มความอร่อย ร้านหมูกระทะ ร้านหมูกระทะ 20

อาหารสุดแปลกที่ชาตินี้คุณคงไม่อยากกิน

March 15, 2017 admin 0

ในโลกกลมๆใบนี้ยังมีหลายสิ่งที่คุณเองอาจจะไม่รู้มาก่อนทั้งเรื่องของการดำรงชีวิตและเรื่องของอาหารการกินที่มักจะมีอะไรแปลกๆที่เราไม่เคยเห็นอีกมากมาย แน่นอนว่าอาหารที่อร่อยของคนบางคน อาจจะกลายเป็นอาหารที่แปลกประหลาดของคนอีกหลายคนก็ได้ หรือบางทีก็สุดแปลกน่าขยะแขยงจนไม่อยากแม้แต่จะมอง แต่ลองมาดูกันดีไหมคะว่าสุดยอดอาหารแปลกจากทั่วโลกมีอะไรกันบ้าง 1. ไข่บาลุท เป็นสุดยอดอาหารแปลกที่มักจะติดโพลของทุกสำนักแถมจะอยู่อันดับต้นๆเสมอ ซึ่งเจ้าไข่บาลุทที่ว่านี้ก็คือการนำไข่ของเป็ดหรือไก่มาต้มทั้งๆที่ภายในยังมีตัวอ่อนเกือบเต็มวัยอยู่ในนั้นด้วย ไข่บาลุทสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในฟิลิปปินส์ กัมพูชา และเวียดนาม โดยมีขายอยู่ตามท้องถนน ส่วนรสชาตินั้นคนที่เคยได้ชิมต่างบอกว่าแสนจะธรรมดาเหมือนกับการกินไก่ดีๆนั่นเอง 2. ซานนาคจิ ลักษณะจะคล้ายการกินซาชิมิและซูชิก็คือการกินอาหารทะเลดิบๆ แต่ส่วนซานนาคจิอาหารจานเด็ดของชาวเกาหลีจะมีความแตกต่างออกไปคือคุณจะได้กินสัตว์ทะเลที่ยังไม่ตาย โดยเริ่มต้นจากการนำลูกปลาหมึกเป็นๆมาแล่ออกเป็นชิ้นๆพร้อมปรุงด้วน้ำมันงา ซึ่งหนวดปลาหมึกยังต้องกระดุกกระดิกขณะที่ถูกนำมาเสิร์ฟ คนที่กินไม่ระวังอาจจะไปติดปากและคอหอยได้คะ 3. คาสุ มาร์ซู อาหารสุดพิศดารจานนี้มีที่มาจากเมืองซาร์ดิเนียในอิตาลี โดยเป็นการทำเนยแข็งที่หนอนตัวอ่อนอาศัยอยู่พวกมันถูกใส่เข้าไปในก้อนเนยแข็งอย่างตั้งใจเพื่อเพิ่มระดับการหมักให้เข้มข้นขึ้นจนถึงจุดไขมันของเนยแข็งแตกตัว หนอนที่เล็กและโปร่งแสงนี้กระโดดสูงถึงครึ่งฟุตหากโดนรบกวนเพราะฉะนั้นก่อนกินจึงต้องเอาเจ้าหนอนพวกนี้ออกเสียก่อน 4. ร็อคกี้ เมาน์เท่น ออยสเตอร์ อาหารจานนี้ไม่ได้หมายถึงหอยนางรม แต่มันคือชื่อเรียกอัณฑะทอดกรอบของกระบือ วัว หรือหมูป่า โดยจะอัณฑะมาลอกผิดด้านนอกออก เสร็จแล้วนำไปต้มและผสมกับแป้งจากนั้นก็ทอด โดยจะเสิร์ฟพร้อมราดด้วยซอสค็อลเทลแต่เมนูนี้คุณผู้ชายมีร้อนๆหนาวๆแน่นอนคะ 5. ปลาดาวทอด แม้ว่าปลาดาวจะมีหนามที่แข็งราวกับชุดเกราะปกคลุมอยู่ทั่วแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับนักเปิบพิสดารเพราะชาวจีนประสบความสำเร็จในการทำลายเปลือกหุ่มแล้วนำเนื้อสีเขียวภายในมาทำเป็นอาหารรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย อาหารก็คือข้อบ่งบอกวัฒนธรรมของท้องถิ่นอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นใครถนัดกินอย่างไรก็ต้องแล้วแต่ล่ะคะ อย่าไปตัดสินเค้าแค่จากอาหารการกิน

“อาหารพื้นเมือง” ของเชียงใหม่ที่ใครลองแล้วจะติดใจ

March 15, 2017 admin 0

เชียงใหม่จัดว่าเป็นดินแดนที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างอยากจะไปท่องเที่ยวเพราะนอกจากบรรยากาศจะสวยงามแล้ว เรื่องอาหารพื้นเมืองก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ซึ่งมีอาหารให้เลือกมากกว่า 200 ชนิด ส่วนรสชาติก็ไม่จัดจ้านมากเกินไปเหมือนภาคอื่นๆจึงทำให้หลายคนติดใจกันมานักต่อนักแล้ว เรามาดูกันดีกว่าคะว่าอาหารพื้นเมืองของเชียงใหม่แท้ๆมีอะไรกันบ้าง เผื่อคราวหลังไปเที่ยวจะได้สั่งมากินได้อย่างถูกต้องคะ 1. น้ำพริกหนุ่ม เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อมากที่สุดของชาวเหนือ เพราะทำมาจากพริกอ่อนหรือที่คนเชียงใหม่เรียกกันว่า “พริกหนุ่ม” เมื่อนำมาจิ้มกับข้าวเหนียว แกล้มด้วยผักหรือแคปหมูยิ่งเข้ากันได้เป็นอย่างดี 2. น้ำพริกอ่อง ดั่งเดิมนั้นน้ำพริกอ่องเป็นน้ำพริกที่นำมาจากพม่า ส่วนผสมจะเข้มข้นด้วยหมูสับที่โขลกเข้ากับเครื่องพริกจากนั้นก็นำไปผัดน้ำมันเติมน้ำนิดหน่อย จิ้มทานกับข้าวนึ่ง แกล้มผักดิบหรือผักลวกอร่อยอย่าบอกใครเลยคะ 3. แกงฮังเล เป็นอาหารที่นำเข้ามาจากพม่า โดยจะมีเนื้อหมูเป็นหลัก แกงด้วยกะทิและมีผงกะหรี่หรือผงฮังเลจะคล้ายๆกับแกงมัสมั่นของไทย ซึ่งจะมีทั้งเนื้อหมูสามชั้น และเนื้อหมูที่เป็นมันทำให้ดูน่ากินมาก ส่วนรสชาตินั้นจะมีรสเค็มนำตามด้วยหวานและเปรี้ยวเล็กน้อย 4. แกงแค เป็นแกงที่รวบรวมผักจากทางเหนือมาปรุง โดยใช้ผักอ่อนหลายชนิด แต่ที่เป็นตัวหลักเลยก็คือชะอม หากขาดชะอมก็ไม่สามารถเรียกว่าแกงแคได้ ส่วนเครื่องปรุงจะมีส่วนคล้ายกับแกงส้ม แต่จะไม่ใส่น้ำตาลและน้ำส้มมะขาม แต่จะใส่น้ำปลาร้าเป็นตัวชูรสแทนน้ำปลาด้วย ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆฟินอย่าบอกใครเลยล่ะคะ 5. ข้าวซอย อาหารขึ้นชื่ออีกหนึ่งอย่างที่คนไปเที่ยวเชียงใหม่ไม่กินไม่ได้ที่ได้รับอิทธิพลมาจากจีนฮ่อ ตามสูตรดั่งเดิมคือน้ำแกงจะต้มด้วยกระดูกเนื้อเคี่ยวกับเนื้อหมูและเครื่องแกง ไม่ใส่กะทิลงไปเหมือนปัจจุบัน จะใส่ก็ต่อเมื่อนำมาปรุงในชามก่อนเหยาะซีอิ๊วใส่พริกป่นผัดน้ำมันแล้วจึงใส่เส้นบะหมี่ที่ลวกจนนุ่มดีแล้ว ตักน้ำแกงและเนื้อราดบนบะหมี่ โรยต้นหอม ผักชีซอยอร่อยจนต้องขอจานที่ 2 ยังมีอาหารพื้นเมืองของชาวเชียงใหม่อีกมากมายที่เรายังนำมาฝากกันได้ไม่หมด 20

มัสมั่นไก่สุดยอดอาหารไทยดังไกลไปทั่วโลก

March 15, 2017 admin 0

“มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่า รสร้อนแรง ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ ใฝ่ผันหา ” กาพย์เห่เรือนชมเครื่องคาว-หวานนี้ คนไทยส่วนใหญ่คงพอคุ้นชินหูกันมาบ้างเพราะถูกบรรจุเข้าในตำราเรียนวิชาภาษาไทยตั้งแต่ยังเด็ก  แถมตอนนี้แกงมัสมั่นไก่ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกจากโพลของ CNN สาเหตุน่าจะเป็นเพราะมัสมั่นไก่มีกลิ่นเครื่องเทศหอมติดจมูก และปรุงผสมกับเนื้อไก่ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมไม่เผ็ดมากเกินไป สามารถรับประทานได้ทุกวัยและทุกชนชาติอีกด้วย แกงมัสมั่นดั่งเดิมนั้นเป็นของชาวอินเดียวเจ้าแห่งเครื่องเทศนานาชนิด ซึ่งจะมีรสชาติที่เน้นเผ็ดร้อน หวาน เค็ม และมัน เมื่อชาวอินเดียวมีการย้ายถิ่นฐานไปที่ต่างๆก็จะนำแกงมัสมั่นเข้าไปยังประเทศนั้นๆด้วย ทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนสูตรให้ถูกกับลิ้นของประเทศนั้นๆ เช่นการเปลี่ยนเนื้อสัตว์ หรือเพิ่ม-ลดเครื่องเทศเป็นต้น ส่วนตามประวัติศาสตร์แกงมัสมั่นเข้าไทยมาตั้งแต่ในสมัยสมเด็กพระนารายณ์มหาราช โดยแขกเปอร์เซีย หรือชาวอิหร่าน ถือได้ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางอาหารระหว่างไทยกับเปอร์เซีย และถูกนำมาบรรจุเข้าทำเนียมอาหารไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 หรือประมาณกว่า 230 ปีมาแล้ว ส่วนแกงมัสมั่นต้นตำรับของชาวไทยจะได้รับอิทธิพลมาจากทางมลายูที่จะมีการเพิ่มกานพลู อบเชย หอมแดง และพริกป่นลงเข้าไปผัดเพื่อเพิ่มความหอมให้กับเครื่องแกงอีกด้วย  จึงมีหลายสูตร ให้เลือกรับประทาน ความอร่อยก็จะแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน นอกจากแกงมัสมั่นไก่จะมีรสชาติที่อร่อยกลมกล่อมแล้ว แกงมัสมั่น 1 ถ้วย ยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย อาทิเช่น อบเชย แก้อาหารท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้และอาเจียนได้อีกด้วย หัวหอมแขก ช่วยบรรเทาอาการหวัด 20

Papaya salad

ส้มตำไทย-สำตำปูปลาร้า หรือตำอื่นอาหารยอดนิยมของชาวต่างชาติ

October 4, 2016 admin 0

  หลายๆ คนอาจจะเข้าใจกันดีอยู่แล้วว่าอาหารอีสานนั้นเป็นอาหารประจำท้องถิ่นของชาวอีสานซึ่งจะมีคนอีสานเท่านั้นที่จะรู้ดีว่าอาหารชนิดไหนควรทำอย่างไรแล้วอาหารชนิดไหนทำให้ชาวต่างชาติกินแล้วจะถูกปากดังนั้นเราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับแหล่งที่มาแล้วก็อาหารที่ทั่วโลกให้การยอมรับและยกย่องให้เป็นอาหารที่ชาวต่างชาติมาแล้วต้องร้องว่าอยากกินอีกนั่นก็คือส้มตำปูปลาร้าอาหารขึ้นชื่อของภาพอีสานที่มีส่วนผสมที่ไม่เยอะมากจนเกินไปแต่ถ้าทำออกมาแล้วก็อร่อยไม่แพ้กับอาหารอีสานอื่นๆ เลยหรืออาหารของภาคอื่นๆ เลยส่วนประกอบก็มีดังต่อไปนี้ มะละกอ มะนาว มะเขือเทศ น้ำปลา มะเขือธรรมดา ถั่วฝักยาว ผงชูรส พริก น้ำปลาร้า ปูนาดอง น้ำตาล กระเทียม ส่วนบางทีก็จะมีสูตรแตกต่างกันออกไปอย่างเช่นว่าจะใส่มะกอกลงไปด้วยเพื่อให้ได้รสชาติความนัว และการทำก็ง่ายๆ เพียง  1. สับมะระกอเป็นเส้นๆ ไว้จนได้ที่ตามที่เราต้องการ 2. ดังนั้นหลังจากได้เส้นมะละกอแล้ว เราก็ตำพริกกระเทียมเข้าด้วยกันพอสมควร 3.เราก็นำเส้นมะละกอที่สับแล้วมาใส่ในครกที่ตำพริกแล้วก็กระเทียมไว้เสร็จแล้วหลังจากนั้นเราก็นำพวกเครื่องเทศต่างๆ อย่าง มะนาวน้ำปลาผงชูรสมะเขือเทศมะเขือยาวและสิ่งสุดท้ายก็คือน้ำปลาร้ากับปูดองใส่ลงไป แล้วก็ตำให้เข้ากันตำพอสมควรแล้วเราก็ลองชิมดูว่ารสชาติที่เราทำนั้นอร่อยถูกปากเราไหมถ้าไม่ถูกปากก็ลองปรุงใหม่ และทั้งหมดนี้ก็คืออาหารที่คนอีสานภูมิใจนำเสนอให้กับฝรั่งหรือชาวต่างชาติหลายๆ ประเทศต่างอยากที่จะชิมมันจนชาวต่างชาติได้ส่งเชฟจากประเทศนั้นๆ เพื่อมาเรียนทำอาหารแล้วนำกลับไปทำที่ประเทศของตนเองจนราคาของมันอยู่ที่ต่างประเทศตกอยู่ราคาประมาณ 200- 300 บาทเลยหรืออาจจะมากกว่านั้น